มีไอเดีย
แต่ไม่มีคนทำ?

ให้ จินดาธีม สร้างแพลทฟอร์มสำหรับธุรกิจของคุณ

อยากมีระบบชำระเงินบนเว็บไซต์, แอปฯ ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง?

หมวดหมู่: การพัฒนาเว็บไซต์ เขียนเมื่อ: 03/06/2020

ช่วงหลังโควิดนี้เป็นช่วงที่อุตสาหกรรมไอทีกลับมาบูมอีกครั้ง หลายธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงทั้งโครงสร้างขององค์กรและการให้บริการลูกค้าในวันที่หน้าร้านไม่สามารถเปิดให้บริการได้ การสั่งซื้อของผ่านทางออนไลน์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หากคู่แข่งของเรามีระบบชำระเงินออนไลน์ ลูกค้าสามารถสั่งซื้อของชำระเงินจบได้บนเว็บไซต์ หรือผ่านแอปได้ก็จะถือว่าได้เปรียบมาก และเราเองก็จำเป็นต้องมีด้วยเหมือนกันเพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างไม่สะดุด และเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับผู้เล่นรายอื่น

การมีระบบชำระเงินนั้นฟังดูเหมือนง่ายไม่ซับซ้อน

แต่ความจริงแล้วมีเรื่องที่ต้องคิดหลายอย่างมาก ทั้งเรื่องของเอกสาร การเปิดบัญชีกับบริษัท หรือตัวแทนรับชำระเงินก็เรื่องหนึ่ง ช่องทางการรับชำระเงินก็อีกเรื่องหนึ่ง จะตัดบัตรเครดิตได้อย่างเดียว จะให้โอนเงินผ่าน online bangking ได้ด้วย หรือจะรองรับการโอนเงินแบบดั่งเดิมที่ให้ลูกค้าไปโอนเองให้เรียบร้อย แล้วมาใช้แบบฟอร์มแจ้งโอนทีหลัง รวมไปถึงวิธีการใหม่ๆ อย่าง wallet และ QR-code promptpay ของแบงค์ชาติด้วย

online-payment

นอกจากนั้นยังมีประเด็นทางด้านกฏหมายเข้ามาเกี่ยวอีกเช่น นโยบายการคืนเงินให้ลูกค้าเป็นอย่างไร (refund policy) หรือถ้าจะทำกระเป๋าเงินออนไลน์ให้ลูกค้าตัดเงินมาเก็บไว้บนระบบเรา (online wallet) จะต้องทำเรื่องขอกับหน่วยงานไหน ซึ่งพวกนี้ล้วนเกี่ยวเนื่องกับ ไอเดียใหม่ๆที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดอย่าง การเป็นตัวกลางให้บริการ กล่าวคือ เราทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มให้ลูกค้าเข้ามาซื้อขายในระบบ แล้วเราก็กิน % ต่อการทำรายการต่อครั้งหรือ commission/brokerage fee นั่นแหละครับ

อาจจะฟังดูยุ่งยาก แต่ประโยชน์ของการรับชำระเงินออนไลน์นั้นมีมากมายเช่นเดียวกัน คือเราสามารถทำให้ระบบสามารถทำงานได้แบบอัตโนมัติทันทีที่ผู้ใช้ถูกตัดเงิน ซึ่งอาจจะส่งอีเมล์ หรือข้อความยืนยันการสั่งซื้อกลับไปให้ทันที ซึ่งช่วยประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ รวมไปถึงสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งานด้วย

หลายคนคงเคยมีประสบการณ์แบบลูกค้าทักแชทมาตี 1 ตี 2 หรือช่วงที่เราไม่อยู่ ไม่ว่างตอบ พอทักลูกค้ากลับไปอีกที ลูกค้าก็หมดความอยากได้ ปิดการขายไม่ได้แล้วก็มี ซึ่งการรับชำระเงินออนไลน์ ลูกค้าจบการสั่งซื้อได้เองจะช่วยอุดช่องว่างตรงนี้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวละครับ

จะทำระบบชำระเงินบนแพลตฟอร์ม เริ่มยังไงดี?

ขั้นแรก เราต้องเลือกผู้ให้บริการรับชำระเงินก่อน ถ้าเรามีระบบของเราเองเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถไปหาผู้รับชำระเงินออนไลน์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นธนาคารเอง หรือกลุ่ม non-bank เองก็มีให้เลือกอยู่หลายเจ้า ซึ่งค่าบริการ (fee) ก็จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการตกลง หรือปริมาณการสั่งซื้อในแต่ละเดือน แต่เชื่อเถอะครับ หากคุณมีปริมาณการสั่งซื้อต่อเดือนมากพอ ก็สามารถต่อรองเรทกับผู้ให้บริการได้แล้วล่ะ

นอกจากค่าธรรมเนียมที่ถูกชาร์จแล้ว ยังมีความแตกต่างเรื่องการพัฒนาเชื่อมต่อระบบส่งข้อมูลเข้าด้วยกันอีก ซึ่งบางเจ้าก็ทำออกมาได้สะดวก รองรับการเชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็วและง่าย บางเจ้าอาจจะเป็นระบบแบบเก่า ต้องใช้เวลาในการศึกษาคู่มือและทดสอบก่อนพอสมควรถึงจะนำขึ้นไปใช้งานจริงได้

ผู้ให้บริการในตลาดก็มีตั้งแต่ธนาคารรายใหญ่เกือบทุกเจ้าอย่าง KBANK, SCB ที่เป็นที่นิยมก็สามารถขอเปิดบัญชีกับธนาคารเองได้เลย ส่วนกลุ่ม non-bank ก็มีผู้เล่นหลากหลาย ที่มีชื่อเสียงหน่อยก็จะเป็น Omise, 2C2P และ Pay Solutions เป็นต้น ลองติดต่อสอบถามกับผู้ให้บริการแต่ละเจ้าก่อนก็ได้ครับ บางรายไม่เปิดรับลูกค้าทั่วไป บางรายมีช่องทางชำระเงินยังไม่หลากหลาย ลองนึกก่อนว่าเราเองอยากได้ช่องทางชำระเงินแบบไหนบ้าง แล้วค่อยไปดูค่าธรรมเนียมแต่ละเจ้า จากนั้นก็ดูความน่าเชื่อถือตามลำดับครับ

ผู้ให้บริการรับชำระเงินออนไลน์ Omise
ผู้ให้บริการรับชำระเงินออนไลน์ Omise

เอกสารเปิดบัญชี

ต้องบอกว่ากลุ่มธนาคาร อาจจะใช้เวลาในการเปิดบัญชีทำธุรกรรมออนไลน์ค่อนข้างนานกว่ากลุ่ม non-bank อยู่พอสมควร เท่าที่เคยติดต่อให้ลูกค้ามาจะอยู่ที่ประมาณ 2-4 อาทิตย์กว่าจะอนุมัติเปิดบัญชีได้ ซึ่งก็ต้องใช้หลักฐานเป็นเอกสารหลายอย่าง เช่นถ้าธุรกิจเราเป็นนิติบุคคล อาจจะต้องเตรียมหนังสือรับรอง หน้าสมุดบัญชี รายงานการประชุม และสำเนาบัตร, ทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจ หรืออื่นๆ แล้วแต่ธนาคารจะกำหนด ส่วนของ non-bank ก็แล้วแต่เจ้า บางรายสามารถเปิดบัญชีออนไลน์ผ่านหน้าเว็บไซต์ได้เลยด้วยตัวเอง แล้วค่อยส่งเอกสารยืนยันตามไปทีหลัง

นโยบายการคืนเงิน

สมมติว่าโมเดลธุรกิจของเราคือเป็นตัวกลางระหว่าง 2 ฝ่าย ซึ่งเมื่อเกิดคำสั่งซื้อเกิดขึ้นในระบบ เงินจากฝ่ายผู้ซื้อจะถูกโอนเข้ามายังบัญชีของเราก่อน แล้วเราจะหัก % จากนั้นค่อยส่งไปยังอีกฝ่ายเมื่อสัญญาการซื้อขายถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ฟังดูไม่ยาก แต่เราต้องคำนึงก่อนว่า เงินที่ถูกโอนจากฝ่ายผู้ซื้อเข้ามายังบัญชีเราที่เปิดกับผู้ให้บริการรับชำระเงินนั้น สามารถนำเงินออกมาได้เลยไหม หรือต้องรอเบิกเป็นรอบ

ผมสมมติต่อว่า ถ้าผู้ให้บริการกำหนดไว้ว่าโอนทุกวันที่ 15 และวันที่ 30 ของเดือน แสดงว่าเงินที่เราได้จากลูกค้ามาจะถูกเก็บไว้ในบัญชีของผู้ให้บริการรับชำระเงินก่อน ซึ่งเราไม่สามารถนำเงินนั้นออกมาหมุนใช้จ่ายอะไรได้ วันดีคืนดีลูกค้าบอกว่าอีกฝ่ายยกเลิกสัญญา ไม่อยากซื้อขายต่อแล้ว และต้องการเงินคืน เราในฐานะคนกลางที่ถือเงินไว้จะยอมให้คืนได้ไหม

ถ้าคืนได้ จะคืนเป็นจำนวนเต็มหรือไม่ แล้วถ้าคืนได้ ค่าธรรมเนียมในการโอนเงินกลับไปให้ลูกค้าใครเป็นคนจ่าย ถ้าเราบอกว่าเราอยากให้ทุกคนแฮปปี้กับระบบของเรา เราจะจ่ายค่าธรรมเนียมการโอนให้ทุกครั้ง แสดงว่าในอนาคตโมเดลธุรกิจของเราอาจจะต้องแบกภาระตรงนี้และอาจจะขาดทุนทีหลังได้ครับ

ข้อแนะนำของจินดาธีมคือ กำหนดนโยบายคืนเงิน (refund policy) ให้ชัดเจนไว้เลยตั้งแต่แรก เช่นถ้าต้องการเงินคืน เราจะคืนให้ 90% ของยอดเงินที่โอนเข้ามา แต่ถ้าเลยไป 7 วันแล้วเพิ่งแจ้งว่าขอเงินคืน เราจะคืนให้ 50% ของเงินที่จ่ายมาอะไรทำนองนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของโมเดลธุรกิจของแต่ละคน

Photo by Blake Wisz on Unsplash

ถ้าเรามีบัญชีรับเงินออนไลน์เรียบร้อยแล้ว มีนโยบายคืนเงินเรียบร้อย กำหนดชัดเจนว่าจะรับชำระช่องทางไหนบ้างจบแล้ว ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของผู้พัฒนาระบบ ให้เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการรับชำระ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1-2 อาทิตย์อย่างช้า ขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการเชื่อมต่อแต่ละเจ้า และการทดสอบให้เป็นไปตามที่คาดหวังเอาไว้ เท่านี้เราก็จะมีระบบรับชำระเงินเป็นของเราเองแล้วล่ะครับ

จินดาธีม เรารับทำระบบชำระเงินออนไลน์ให้กับลูกค้าหลายเจ้าแล้ว ทั้งแบบตัดบัตรเครดิต(ซึ่งเป็นที่นิยมของเจ้าของร้าน) การโอนเงินผ่านธนาคาร, โมบายแบงกิ้ง และมีแบบฟอร์มแจ้งโอน (ซึ่งเป็นแบบคลาสสิค ที่ลูกค้าส่วนใหญ่ยังใช้อยู่) และแบบ Paypal (ซึ่งเป็นที่นิยมของลูกค้าเมืองนอก) เรายังช่วยแนะนำผู้รับชำระเงิน การกำหนดนโยบายการคืนเงิน และการเขียน ข้อตกลงการใช้บริการ ให้กับลูกค้าด้วยเช่นกัน

ระบบรับชำระเงินอาจจะเป็นฟังก์ชันที่มีราคาแพงพอสมควรในการพัฒนา แต่ถือเป็นการลงทุนรูปแบบนึง เพราะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับธุรกิจให้สามารถขยายไปยังส่วนออนไลน์ได้ในอนาคตครับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

image

เว็บไซต์จำเป็นไหม? มี Facebook page อย่างเดียวได้หรือเปล่า

ผมเชื่อว่าผู้ประกอบการหลายคนมักจะเกิดคำถามว่า "เราควรจะต้องมีเว็บไซต์ไหม หรือแค่ Facebook page อย... อ่านต่อ >
image

“Above the fold” – ทำไมเราควรเอาสิ่งที่สำคัญไว้ที่ด้านบนของเว็บ?

ในเชิงเทคนิคแล้ว คนทำเว็บไซต์จะมีศัพท์คำนึงที่เรียกกันว่า "Above the fold" ครับ สำหรับคนที่ไม่เคย... อ่านต่อ >
image

ข้อเสียบางอย่างเมื่อซื้อธีม WordPress มาใช้

WordPress ถือเป็น CMS ที่ได้รับความนิยมในการทำเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง ด้วยการตั้งค่าที่รวดเร็ว มีร... อ่านต่อ >

กรุณากรอกรายละเอียดให้ครบ

ทีมงานจะทำการประเมินค่าใช้จ่าย และสร้างใบเสนอราคาตามรายละเอียดที่คุณกรอกมาด้านล่างนี้

การแจ้งเตือน

เจ้าหน้าที่ได้รับข้อความของท่านเรียบร้อยแล้ว

preloader

กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่นะครับ