Onepage website ยังเป็นที่นิยมอยู่ไหม?

Publish เขียนเมื่อ: 04/02/2019 Category หมวดหมู่: การพัฒนาเว็บไซต์

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อช่วงประมาณ 2-3 ปีก่อน เราจะเห็นเว็บไซต์หน้าเดียว หรือที่เรียกติดปากกันว่า onepage website เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งการออกแบบเว็บไซต์ประเภทนี้ก็มีข้อดีหลายอย่าง และก็มีข้อด้อยบางจุดด้วยในเวลาเดียวกัน ทีนี้ผมมักจะได้รับคำถามจากลูกค้าอยู่บ้างว่า ถ้าจะทำเว็บไซต์แบบหน้าเดียวเนี่ย ยังโอเคที่จะทำอยู่ไหม แล้วมันจะต่างกับทำเว็บไซต์ปรกติหลายหน้าอย่างไร วันนี้เลยตั้งใจจะเขียนบทความเกี่ยวกับ onepage website กันสักหน่อยครับ

Onepage website ดีอย่างไร?

onepage-website
ภาพจากหน้าเว็บไซต์โครงการ Swift ของ Apple

เรามาดูข้อดีของเว็บไซต์ประเภทหน้าเดียวกันหน่อยครับว่าทำไมเมื่อย้อนกลับไปสัก 2-3 ปีที่แล้วจึงเป็นที่นิยมกันมาก ซึ่งสาเหตุหลักๆ เลยก็น่าจะมาจาก เว็บไซต์ประเภทหน้าเดียวนี้มักจะให้ข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการได้ครบในหนึ่งหน้า ไม่ต้องเสียเวลาคลิกลิงค์เปิดหน้าใหม่ แล้วก็ต้องใช้เวลาโหลดหน้าเว็บอื่นอีก ซึ่งการคลิกเปิดหน้าใหม่นี่เองสร้าง drop-off เยอะมาก อาจจะด้วยเหตุผลสุดคลาสสิคอย่าง เปิดหน้าข้อมูลใหม่แล้วโหลดช้าไม่ทันใจ หรือจะเป็นเปิดหน้าใหม่แล้วไม่เจอข้อมูลที่คาดหวังว่าจะเจอ

ประกอบกับอินเตอร์เน็ตในสมัยนั้นมีความเร็วที่ยังไม่สูงเท่าทุกวันนี้ และแพ็คเกจของผู้ให้บริการหลายเจ้าก็ยังไม่รองรับการรับส่งข้อมูล (bandwidth) มากๆ หรือไม่จำกัดเท่ากับปัจจุบัน ฉะนั้นข้อดีที่เห็นได้ชัดคือการโหลดหน้าเว็บไซต์ครั้งเดียว และให้ข้อมูลที่อยากให้ผู้ใช้ทราบเป็นขั้นตอนลงมา เหมือนนำทางผู้ใช้งานให้เข้าใจในสิ่งที่เราต้องการจะสื่อ

ข้อด้อยของ Onepage website?

เนื่องจากตัวเว็บไซต์มีหน้าเดียว การให้ข้อมูล ระยะเวลาที่ใช้โหลด รวมไปถึงการออกแบบนั้นย่อมสำคัญมาก เพราะหากเราให้ข้อมูลผู้ใช้ได้ไม่ตรงกับที่ผู้ใช้ต้องการ หรือออกแบบมาแล้วผู้ใช้เห็นว่าไม่สวย(first impression ของหน้าเว็บไซต์คืองานออกแบบ มีผู้ใช้มากกว่า 80% ที่ให้น้ำหนักความน่าเชื่อถือกับเรื่องนี้เพียงครั้งแรกที่เห็น) ก็อาจจะตีความถึงการไม่น่าเชื่อถือของเว็บไซต์ รวมไปถึงหากไม่ปรับปรุงเว็บไซต์ให้สามารถโหลดขึ้นมาแสดงผลโต้ตอบได้เร็วพอ ผู้ใช้ก็อาจจะปิดหน้าเว็บไซต์แล้วไปเปิดของคู่แข่งแทน

เนื่องจากต้องวางเนื้อหาให้ครบถ้วน เว็บไซต์ประเภท onepage ส่วนใหญ่จึงมีหน้าเพจที่ยาวกว่าเว็บไซต์ทั่วไป ทำให้ผู้ใช้ต้องเลื่อนเมาส์(scroll) ลงมายาวขึ้น หากข้อมูลของเราไม่ตอบโจทย์ความต้องการ หรือทำได้น่าสนใจพอ ผู้ใช้ก็มีโอกาสที่จะปิดออกไป อีกอย่างคือเมื่อเราใส่ข้อมูลเข้ามาเยอะขึ้น ก็จะกระทบต่อขนาดของหน้าเว็บไซต์ที่มากขึ้น ทำให้ต้องใช้เวลาในการโหลดหน้าเว็บนานขึ้น นั่นหมายถึงการปรับปรุง, ทดสอบ และติดตามหน้าเว็บไซต์จึงเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่เสมอ

แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ง่าย การรับส่งข้อมูลทำได้เยอะ และเร็ว ก็อาจจะช่วยเรื่องของการโหลดข้อมูลหน้าเว็บไซต์ได้ดีขึ้นพอสมควร แต่ท้ายที่สุดแล้วเราก็ต้อง optimize กันอยู่ดี เพื่อให้ได้อันดับที่ดีบน search engine สำหรับวิธีการ optimize เว็บไซต์นั้น ผมเคยเขียนไปแล้วสองบทความ สามารถตามอ่านได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้ครับ

งั้น Onepage website นี่เหมาะกับใคร?

จริงๆ แล้วสามารถใช้ได้กับทุกเว็บไซต์ที่เป็นเว็บไซต์ให้ข้อมูล อย่างเว็บไซต์องค์กร, เว็บไซต์ส่วนตัว, แนะนำสินค้า และผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงเว็บไซต์ประเภทแบบฟอร์มเก็บข้อมูล(lead) ซึ่งก็ต้องดูตามความเหมาะสมของสินค้า และบริการนั้นอีกที ผมคงไม่แนะนำให้ทำเว็บไซต์แบบ onepage กับร้านค้าออนไลน์ที่มีหลาย SKU แบบนี้เป็นต้นครับ ประเภทเว็บไซต์ที่นิยมใช้แบบ onepage มักได้แก่

  1. ให้ข้อมูล ให้ความรู้ของสินค้า หรือผลิตภัณฑ์หนึ่งชนิด
  2. ใช้สำหรับเป็น landing page จากการคลิกผ่านโฆษณา
  3. แนะนำสินค้า หรือบริการ ถ้าผู้ใช้สนใจก็จะมี call to action ที่ชัดเจน
  4. แบบฟอร์มเก็บข้อมูลลูกค้า เช่นร่วมสนุก ตอบคำถาม(หรือเก็บ lead)

และควรจะเป็นหน้าที่ให้ข้อมูลจบภายในหน้าเดียว ตอบคำถามที่ผู้ใช้ต้องการ หรือให้สิ่งที่ผู้ใช้คาดหวัง

ตัวอย่าง Onepage website

ai-guide-onepage
ตัวอย่างจากเว็บไซต์ https://cytora.com/ai-guide/
  • อธิบายผลิตภัณฑ์ของตัวเองโดยแยกหน้าใหม่: https://cytora.com/ai-guide
  • แนะนำสินค้าโดยมีช่องกรอกแบบฟอร์ม: https://www.trunkdunk.com
  • เว็บไซต์ส่วนตัว แสดงผลงานของฟรีแลนซ์: https://mishunov.me
  • แนะนำภาพยนตร์อย่างเรื่อง the nun: http://www.the-nun.net

หรือจะเป็นหน้าข้อมูลที่แสดงสินค้าหนึ่งประเภทอย่างของ Apple แล้วค่อยใส่ลิงค์เพื่อไปยังหน้าอื่นก็ดูจะเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน พร้อมทั้งช่วยให้คนที่ทำการตลาดสามารถเก็บข้อมูลทางสถิติจากช่องทางต่างๆ และติดตาม conversion rate ได้ง่ายขึ้น


ที่ จินดาธีม เราก็แนะนำเว็บไซต์ประเภท onepage ให้กับลูกค้าอยู่บ้าง โดยเฉพาะธุรกิจที่ไม่มีความซับซ้อน เน้นการให้ข้อมูล และสุดท้ายมีปุ่มติดต่อสอบถาม หรือจะเป็นแบบฟอร์มเก็บข้อมูล ส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องของงานออกแบบเป็นหลัก ที่ต้องสอดคล้องกับ Corporate Identity และ requirement ของลูกค้า และอีกอย่างคือทีมงานของเราชื่นชอบเรื่อง optimize กันอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการทำให้หน้าเว็บไซต์โหลดได้เร็ว รวมไปถึงเรื่องของ SEO ที่ทำให้เป็นแบบมาตรฐานสากล

138acargo
https://www.138acargo.com
hampers2019
http://www.gourmetmarketthailand.com/hampers2019

ตัวอย่างเว็บไซต์ประเภท onepage ที่เราพัฒนาให้ลูกค้าก็มีตั้งแต่ Gourmet Market และ 138Acargo หากสนใจจัดทำเว็บไซต์ใหม่ สามารถติดต่อ hello@jindatheme.com เพื่อขอใบเสนอราคาได้เลยครับผม