ทำไมราคาค่าบริการของเราถึงแพงกว่าที่อื่น?

Publish เขียนเมื่อ: 10/04/2018 Category หมวดหมู่: การพัฒนาเว็บไซต์

ผมเชื่อว่าการที่อยากจะทำดิจิตอลแพลทฟอร์มอย่างเว็บไซต์ และโมบายแอพฯ สิ่งที่ลูกค้าส่วนใหญ่อยากรู้มากที่สุดเลยคือเรื่องของราคาค่าใช้จ่าย ซึ่งหลายๆ คนจะถามก่อนเสมอว่าราคาในการทำแต่ละเว็บไซต์ หรือแอพฯ อยู่ประมาณเท่าไหร่ ซึ่งแน่นอนว่าเรามักจะตอบเดี๋ยวนั้นให้ไม่ได้ เพราะราคาขึ้นอยู่กับ

  • ขอบเขตของแพลตฟอร์มที่จะทำ (scope)
  • ช่วงเวลาที่ลูกค้าต้องการใช้งาน หรือเวลาที่รับได้ในการพัฒนา (timeframe)

สองอย่างนี้เป็นหลัก การเสนอราคาแบบเลขกลมๆ โดยไม่ได้รับฟังขอบเขตของงาน และเวลาที่ลูกค้าต้องการใช้ก่อน อาจจะทำให้ตัวเลขจริงคลาดเคลื่อนไปค่อนข้างมากได้ ซึ่งบางทีอาจจะเกิดความไม่เข้าใจกันในภายหลัง แต่ก็มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่เห็นใบเสนอราคาแล้วมักจะบอกว่า ราคาค่อนข้างแพง ซึ่งเราเองก็ทราบจุดนี้ดี และมันเป็นสิ่งที่เราตั้งใจเอาไว้ วันนี้ผมอยากจะเขียนบทความอธิบายให้เห็นภาพคร่าวๆ ว่าการคิดราคาของเราทำไมถึงต้องอยู่ในเกณฑ์ที่แพงกว่าเจ้าอื่นสำหรับลูกค้า consumer

1. แพลตฟอร์มของคุณ สำหรับของคุณโดยเฉพาะ

We start from scratch, not customize

สำหรับเราแล้วความสนุกในการทำแพลตฟอร์มให้กับลูกค้าแต่ละเจ้า คือการที่ได้รู้จักใกล้ชิดกับธุรกิจนั้นอย่างจริงจัง อาจจะเป็นเพราะพื้นเพของทีมงานผ่านการทำสตาร์ทอัพมาก่อน(ดูได้จาก company profile และข่าวเก่าๆ อย่างของ techinasia) ก่อนเริ่มงานใหม่ เรามักจะให้ลูกค้าเล่าถึงรายละเอียดของธุรกิจ หรือไม่เราก็จะพยายามหาข้อมูลในธุรกิจนั้นให้ได้มากที่สุด เพื่อเข้าใจผู้ใช้งานที่จะเข้ามาใช้แพลตฟอร์ม

wireframe

การวาง user journey, การสร้าง friendly interface รวมไปถึงล้อเข้ากับ CI ของลูกค้าถือเป็นเรื่องท้าทายที่เราชื่นชอบ และอยากจะทำให้ออกมาดีที่สุด จึงเป็นที่มาของคำว่า “we start from scratch, not customize” เพราะเราเริ่มทุกอย่างจากศูนย์ หาข้อมูล แล้วลงมือสร้างเพื่อให้เหมาะกับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ ไม่ได้มีการเอาหน้ากาก หรือส่วนใดก็ตามที่มีอยู่แล้วหรือเคยทำมาใช้กับงานใหม่

2. เน้นรายละเอียดปลีกย่อย

เราเชื่อว่างานออกแบบเป็นสิ่งสำคัญ สิ่งที่ทำให้ผู้ใช้หลงใหลคือหน้าตาของแพลตฟอร์ม แต่สิ่งที่ทำให้ผู้ใช้รักคือการใช้งานของระบบ เพราะฉะนั้นการทำระบบให้ดีอย่างเดียวมันไม่พอ การออกแบบหน้าตาการใช้งานให้เป็นมิตร(user friendly) ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ รวมไปถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีในการใช้(user experience) นั้นก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน บ่อยครั้งที่เรามักจะให้ความเห็นลูกค้าที่จ้างเราว่าอะไรดู makesense ในเรื่องของเทคโนโลยี อะไรที่ต้องเปลี่ยนแปลงเพราะมันดูเจาะจงกับธุรกิจมากเกินไป

เมื่อทำแพลตฟอร์มใหม่ เราจะส่งหน้าตาที่ออกแบบให้ลูกค้าดูก่อนแล้วปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพื่อให้ลูกค้าได้ยืนยัน แล้วรู้ว่าระบบที่ว่าจ้างจะมีหน้าตาออกมาเป็นแบบไหน หลังจากที่พัฒนาแล้วคุณจะได้อะไรบ้าง ซึ่งมันจะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจขั้นตอนการเตรียมงานวางแผนในส่วนต่อไปของเราได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้รวมไปถึงการพัฒนาให้เหมาะกับหน้าจอแต่ละชนิดเช่นสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ซึ่งงานของเราสามารถการันตีความเรียบร้อยบนจออื่นๆ ได้ดีไม่แพ้หน้าจอคอมพิวเตอร์

planetcomm mockup

tbs mockup

3. ประสิทธิภาพด้านเทคนิค

เรื่องของ optimize และ tuning ถือเป็นเรื่องที่วัดความรู้ความสามารถของผู้พัฒนาได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้นสามารถเรียกดูหน้าเว็บไซต์ได้เร็วแค่ไหน การปรับแต่งให้เหมาะกับการนำไปต่อยอดเรื่องของ SEO onpage ได้ง่ายหรือไม่ การเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานในอนาคตสามารถทำงานได้ราบรื่นกับฟังก์ชั่นที่มีอยู่แล้วได้มากน้อยแค่ไหน

ในเรื่องของเทคนิคเราจะคัดเลือกตั้งแต่การเลือกใช้ hosting, ขนาดของหน้าเว็บไซต์ การวิเคราะห์ใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพ การทำ caching เพื่อความรวดเร็ว การบีบอัดขนาดรูปภาพที่ใช้ในเว็บไซต์ และขั้นตอนอื่นๆ ที่เราเลือกสรรค์มาอย่างดีให้กับลูกค้าทุกเจ้าของเรา

4. ความปลอดภัย

เมื่อระบบของคุณเติบโตขึ้น มีคนเข้ามาใช้งานมากขึ้น ความปลอดภัยถือเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วย ทั้งเรื่องของข้อมูล การเข้าถึงระบบหลังบ้าน การสร้างผลิตภัณฑ์ของเราจะอยู่บนบรรทัดฐานสากลทั้งเรื่องของการเลือกใช้ framework ในการพัฒนาระบบ การทำตาม best practice ในด้านของความปลอดภัย และการเลือกซอฟแวร์ที่เป็นที่นิยมมาใช้สร้างเพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าการดำเนินธุรกิจของคุณจะไม่ติดขัด หรือมีปัญหาตามมาในภายหลัง ซอฟแวร์ที่ดีต้องเป็นซอฟแวร์ที่คงทน ทำงานได้ถูกต้องตามประสิทธิภาพเหมือนวันแรกที่ส่งมอบ

5. บำรุงรักษา หลังการขาย

ทุกงานที่เราสร้างขึ้น และส่งมอบให้ลูกค้า จะมีการบำรุงรักษาหลังการขายให้อย่างน้อย 6 เดือน(สำหรับงานเล็ก) และ 12 เดือนสำหรับงานที่มีขอบเขตใหญ่ การบำรุงรักษานี้จะครอบคลุมการแก้ไขส่วนที่ซอฟแวร์ทำงานผิดพลาด กล่าวง่ายๆ คือหลังส่งงานแล้ว และคุณพบว่าการทำงานของฟังก์ชั่นใดฟังก์ชั่นหนึ่ง ทำงานได้ไม่เหมือนกับช่วง UAT เราจะทำการแก้ไขให้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

documentation

6. คู่มือการใช้งาน

ระบบของคุณ คุณต้องสามารถเข้าไปแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลเองได้ ทุกงานของเราจะมีระบบหลังบ้านให้ลูกค้าสามารถเข้าไปจัดการข้อมูลได้ด้วยตนเอง นอกจากนั้นเรายังทำคู่มือการใช้งานระบบส่งให้ในวันส่งมอบ หากใครที่เคยซื้อหนังสือ สอนสร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress ภายใน 1 วัน ของเราจะรู้เลยว่าอ่านง่าย มีภาพประกอบครบทุกขั้นตอน ช่วยให้คุณสามารถเข้าใจเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าเองได้อย่างมั่นใจ

เราอยากให้ลูกค้าเสียเงินแล้วก็สามารถจบงานได้ผลิตภัณฑ์ตามที่ต้องการ ไม่ใช่มีปัญหาจุกจิกในอนาคตให้ปวดหัวภายหลัง การบำรุงรักษาของเราถือเป็นเครื่องการันตีว่าเรายังอยู่กับคุณ ช่วยเหลือคุณ ท้ายที่สุดแล้วแน่นอนว่าแพลตฟอร์มของคุณ ก็คือผลงานของเรา เราคงอธิบายไม่ได้ว่าเรารักชิ้นงานของเรามากแค่ไหน

เพียงแต่เรายังคงยึดมั่นในปณิธานของเราเสมอ “We create products people would LOVE to use”